Sunday, August 23, 2009

ขอต้อนรับน้องใหม่สู่ครอบครัวขัตพันธ์


ไม่ได้เขียนมาตั้งนาน วันนี้ฤกษ์ดีก็เลยว่าจะเขียนเกี่ยวกับสมาชิกใหม่ของครอบครัวขัตพันธ์ สมาชิกใหม่ที่ว่านี้ก้อไม่ใช่ใครอื่น เค้าเป็นเพื่อนกับเรามาตั้งแต่ปี2004หรือ2005 ไม่แน่ใจ แต่เริ่มจากการเป็นเพื่อน เค้าเคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของสมาคมโรตารีมาที่เมืองไทย จากนั้นปี2006 ตอนที่เราไปนำเสนอผลงานวิชาการเล่มแรกในชีวิตที่มหาวิทยาลัย Harvard เราก้อได้แวะไปเยี่ยมเค้าที่้บ้านเค้าที่รัฐohio ครอบครัวเค้าต้อนรับเราดีมากๆ ตอนปี2007 เราก้อได้ไปหาเค้าอีกทีตอนคริสมาสต์ เพราะปี2007 เราย้ายกลับมาอยู่ที่อเมกาเป้นการถาวร

Jonathan เป็นเพื่อนที่ดีมาก เราเริ่มรู้จักและสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งแม่เราถามเราว่าจอนเค้าอยากเป็นคนไทยใหม แม่เราสามารถรับเค้าเป็นลูกบุญธรรมได้ เรื่องก้อเลยเกิดขึ้น ตอนนี้จอนก้อได้กลายร่างจากเพื่อน มาเป็นน้องชาย (พี่ชาย)เราเสียแล้ว แต่จอนจะเป็นพี่เราเพราะว่าเราอยากอายุ19 เพราะฉะนั้นจอนก้อเลยตกลงเป็นพี่ชายเราไปในที่สุด So...Jonathan.....Welcome to the Khattapan Family.


Sunday, July 5, 2009

หลวมตัว เลือกรัฐผิด คิดจนจิ๋มบาน

คือกรูเป็นประเภทไม่ชอบสังคมกะคนไทย ยกเว้นกะเพื่อนกรู เพราะฉะนั้นการเลือกรัดก้อเลยเลือกรัฐที่มันหลุดโลกไปเลย นี่เลย South Dakota มาตอนนี้กรูนั่งคิด เลือกไปได้งัยวะ ใกลโคตรๆ ไม่อยากอยู่ใกล้คนไทย เออเป็นคนไทยคนเดียวในเมืองแม่มไปเลย ทั้งเมืองมีประชากร 24000คน เล็กกว่ามหาลัยใหญ่ๆในเมกาบางมหาลัยอีก ดอกจิก ไม่พอนะ ไอ้เราเสือกชอบกินไรแซ่บๆ อาหารไทยอยู่แล้ว มาอยู่สองวีคแรกหาน้ำปลาไม่ได้ กรูเตรียมหมักเองแล้ว โชคดี ไอ้ไมค์ พาไปอีโคโนฟู้ด เจือกเจอน้ำปลา เย็ด กรี๊ดหอยดับดิ แต่โทดนะ น้ำปลาแม่มแพงกว่าน้ำเชื่อมเมเปิลนำเข้าจากแคนาดาอีก ขวดขนาด 207เอ็มเแอล เล็กมากๆ 3เหรียญ โหย เป้นเมืองไทย 3บาท อยู่เมืองไทยกรูเอาน้ำปลาผสมน้ำสาดกันวันสงกรานต์ อยู่นี่ต้องเอาน้ำเปล่าผสมน้ำปลา เติมเกลือ เพราะมันแพงเกินกว่าจะกินได้บ่อยๆ จากแต่ก่อนกินเส็ดกรูโยนทิ้ง เด๋ยวนี้แวรปเข้าตู้ไว้มากินต่อ ข้าวสาร ถุงเล็กๆขนาดราวๆ 2โล 6เหรียญ เย้ดดดด "ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง เป็นของมีค่า ...." ท่องได้ขึ้นใจมากๆ เวลาเพื่อนหอบของที่แม่ฝากมาให้จากเมืองไทยมาให้ทีนะ โหย แทบอยากกราบมันว่ะ เคยนะ ทำลาบหมู ข้าวเหนียว (ไว้จะเล่าให้ฟังว่าไปหาข้าวเหนียวมาจากใหน เมืองนี้มีแต่ข้าวสารกะข้าวทำซูชิ) ไก่ย่าง ห้อมมมมมมหอม แต่แฟนกรูด่าเช็ด บอกเหม็นยิ่งกว่าสกังค์อีก วันนั้นมันเลยไปนอนหอ กรูอยู่อพาร์ทเม้นคนเดียว นั่งจกข้าวเหนียวหน้าทีวีคนเดียว โอยความสุขที่เรากินได้

ตอนมาถึงไอ้เมืองนี้เนี่ยนะ เมืองนี้คือ Aberdeen ชื่อเหมือนเมืองที่สก็อตแลนด์เลย แต่โทดนะ เล็กเหี้ย สนามบินมันมีเกทเดียว มีสายการบินเดียวที่ลง แถมเครื่องขนาดไม่เกิน 40ที่นั่ง เป้นใบพัดซะอีก ก่อนเครื่องลง มองลงมา กรูทำไรลงไปวะ หันหลังกลับดีมั้ย ยิ่งตอนลงมานะ เย็ดดดดดด กรูไปดีกว่า นี่มันเมืองผีสิงนี่หว่า แต่ก้อทนอยู่มาได้จะสองปีแล้วนะ มีอะไรดีๆ ร้ายๆ ดีมากจนแบบอยากขึ้นสวรรค์ หรือร้ายแบบติดคุกก้อมี ชีวิตเหมือนละคร น้ำเน่าว่ะ

เพื่อนซี้กรูในเมืองนี้มี2คน คือเอียนกะไมค์ เอียนเป็นเด็กไฮเปอร์ ออกบ๊องๆและฮิปปี้สุดๆ ส่วนไมค์ก้อแบบจริงจังมากๆ เพราะงั้นกรูเลยเหมือนจะสนิทกะเอียนมากกว่า น้องชายเอียนเสือกหล่ออีก หล่อมากด้วย เอาเหอะไว้จะเล่าให้ฟังวันหลัง ไอ้เอียนเนี่ยเริ่มสนิทกันจริงๆตอนมันพาเราไปบ้านช่วง แต๊งส์กีฟวิ่ง โหยซึ้งอ่ะ บ้านนี้เค้าดีนะ แต่แบบว่าเลี้ยงแมวเยอะไปหน่อย กรูกะเอียนชอบโทรไปแกล้งชาวบ้าน prank phone callsมันเหี้ยๆ แต่เด๋ยวนี้ไม่ทำแล้ว เด๋ยวโดนจับอีก

กลับกลายเป้นประทับใจเมืองนี้นะ แต่ว่าคงไม่อยู่หรอกว่ะหลังจากเรียนจบ กะว่าจะไปหางานทำที่อื่นดีกว่า อยู่มาจะสองปี มีแฟน3คน โหย สถิติใหม่เลยนะ ไม่ได้เยอะหรอกนะ น้อยมาก แต่ก่อน เปลี่ยนแฟนทุกเดือนเลย เดี๋ยวไว้จะเล่าให้ฟังว่าเจอแฟนยังไง

บันทึกรัก เบคอนชีสเบอร์เกอร์ ตอนที่1

เอาล่ะ ว่าจะเล่าให้คุณๆที่หลวมตัวเข้ามาอ่านฟังเกี่ยวกับพ่อหนุ่มที่เริ่มและจบกันด้วยดี มันเริ่มขึ้นจากที่ว่าตาไมค์โทรมาชวนออกไปกินซัปเปอร์ที่คาเฟเทอเรียกันตอนเย็น ที่นี่ก้อไม่รู้แม่มเป็นบ้าไร แดรกข้าวเย็น5โมง เชียดึกๆกรูหิวตายดิ ตอนนั้นนั่งทำการบ้านอยู่ในหอ ไมค์โทรมากรูก้อออกไปวะ ในหอแม่งก้อไม่มีไรแดก เลยยอมเดินออกไปกับมัน ก้อพอไปถึง เราก้อเดินเข้าไปหยิบๆ มันเหมือนที่โออิชิอ่ะ ยกเว้นแต่อาหารมันหมายังไม่ค่อยอยากแดรกเท่าใหร่เลย เราเลยไปต่อแถวสั่งเบคอนชีสเบอร์เกอร์ ซึ่งมันก้อคือ เอาเบค่อนทอดใส่ลงไปในชีสเบอร์เกอร์แค่นั้นแหละ แต่ได้จ่ายแพงขึ้นอีกหน่อย เราก้อยืนเข้าแถวอยู่ ไอ้บ้าที่ใหนไม่รู้่มาตัดหน้า เลยด่ามันไปหน่อย มันก้อขอโทดนะ แต่พอเห็นหน้ามันชัดๆ อุ้ย หน้าตาดีนี่หว่า แต่ตอนนั้นไม่อยากคิดมาก เพราะคิดว่ามันคงไม่เล่นด้วย เราเลยเดินๆไปหยิบอย่างอื่นต่อ จำได้ว่าหยิบขนมปังกระเทียม เค้กชอกโกแล็ต นม เบอร์เกอร์ แล้วก้อไปจ่ายตังค์แล้วก้อออกไปนั่งกะไอ้ไมค์ นั่งกินๆกันอยู่ ใครมานั่งด้วยฟะ หน้าคุ้นๆ อุ้ย นี่มันคนที่กรูด่าไปนี่ ไมค์มันเลยแนะนำให้รู้จัก เค้าชื่อ … (ไม่บอกหรอก เดาเอาเอง จะเรียกว่า ที่รัก ก้อแล้วกันนะ) ไมค์ก้อเลยแนะนำให้รู้่จักกัน ตอนนั้นบอกตรงๆว่าแบบแอบเขิลว่ะ ไอ้นี่มันเป็นนักซอกเกอร์ด้วย หุ่นดีโคตรๆ แถมเล่นเปียโนอีกด้วย เราก้อเลยเริ่มแผนจับ เอ้ยจีบ เออ ยูมาคนเดียวหรอ คุยไปคุยมาก้อเลยไปเล่นเปียโนด้วยกัน เดินไปเล่นที่ตึกเจแฟก (Johnson Fines Art Center) เล่นกันตั้งเกือบสามชั่วโมงแน่ะ เล่นไปเล่นมาลืมดูเวลาเลย เค้าบอกว่าอยากฟังเพลงอะไรให้บอกเค้าได้ เค้าจะเล่นให้ฟัง โอ้ยยยยย ละลายยยยย แบบว่าสนุกนะ เป็นการเดทที่แปลก สร้างสรรค์ และประหยัดสุดๆ ทันใดนั้น เพื่อนเราโทรมาถามเกี่ยวกับเรื่องการบ้าน เราเลยแบบว่าต้องแยกจาก เพราะไม่งั้นการบ้านไม่เสร็จ ก่อนจากเค้ายังแบบว่าขอเบอร์เราแถมนัดด้วยว่าครั้งหน้าเจอกันที่ใหน เวลาใด ไว้จะมาเล่าให้ฟังต่อแล้วกัน ตอนที่สอง

เพื่อนสุดที่เลิฟ


คือกรูมีเพื่อนอยู่คนนึง เพื่อนตายกรูเลยล่ะ ชื่อคล้ายๆกรู แต่ก่อนเค้าเรียนร่วมฤดี พอจบเจ๊แกก้อมาต่อเมกา อีนี่บ้านแม่มรวยเหี้ยๆ รวยจนกรูไม่อยากเชื่อว่ามันจะมาคบกะกรูได้ แต่เด็กกว่ากรู3ปีว่ะ ไม่เคยคิดเลยว่าจะคบกันได้

ถ้าเมิงอ่านอยู่ กรูอยากบอกว่ากรูขอบใจมากๆนะเว้ยสำหรับมิตรภาพและความทรงจำดีๆ กว่า7ปีที่เป็นเพื่อนกัน ไม่เคยทะเลาะกันเลย ขอให้เราเป้นเพื่อนกันตลอดไปนะ

เข้าเรื่องต่อ เจ๊แกมาเมกาปีนึงก่อนหน้ากรูกลับมา เชื่อป้ะ โทรมาหาบ่อยมากๆ โทรทีเป็นชั่วโมงๆ ซึ้งว่ะ กรูก้อแบบอยากกลับมาเมกาอยู่แล้วด้วย กรูเลยบอกแม่ว่ากรูจะกลับบ้านแล้วนะ ไม่เอาแล้ว แม่กรูก้ออึ้ง แล้วกรูก้อมานี่แหละ แต่สาเหตุหลักๆที่กรูมาเมกานอกจากจะมาหาแฟนแล้วนะ คืออยากมาอยู่ใกล้ๆเจ๊แกอ่ะ เป้นป้ะคือเพื่อนมา กรูก้ออยากมาอยู่ใกล้ๆ ได้ผลว่ะ พอกรูกลับมาเมกานะ คุยโทรสับกันเป้นบ้าเหมือนเดิม เดือนนึงแม่มคุยกันกว่า 4000นาที ดีนะกรูโทรหามันฟรี ไม่งั้นได้ขายตัวมาจ่ายค่าโทร ว่าแต่กรูจะลงไปหาเมิงที่ชิคาโกวันที่23septนี้นะเว้ย ไปรับด้วยล่ะ เมิงก้อรู้ว่ากรูหลงทางเก่ง

เด็วนึกอะไรได้จะมาลงให้อ่านต่อ เอนทรี่นี้ขออุทิศให้เพื่อนสุดรักของกรูว่ะ

คนที่กรูเกลียด

มีคนหลายพวกและหลายคนนะที่กรูเกลียด และเพื่อนๆในกลุ่มกรูก้อเกลียดมันเหมือนกัน แม่มน่าตบกบาลชิบ ขอเริ่มจากเมืองไทยมาก่อนนะ

พวกที่1 ไอ้พวกบ้านนอกเข้ากรุง - ไอ้พวกเวรเนี่ยนะ มันดูออกว่ะ คนที่เค้าเจียมเนื้อเจียมตัวก้อมีนะ พวกนี้กรูไม่ว่าว่ะ ชื่นชมด้วยซ้ำ วางตัวดี แต่ที่กรูอยากด่าคือไอ้พวกที่แม่งนุ่งสั้นๆ แต่งหน้าเป็นกาคาบพริก ตัวดำอย่างกะไปสปาที่คลองแสนแสบมา แถมยังเสือกส่งเสียงดัง โวยวาย ทำมองหน้ามองตาว่ากรูเนี่ยเจ๋งมากๆ ไอ้พวกเนี้ยแม่งน่าด่าให้เอาหัวมุดไหปลาร้ากลับบ้านนอกแม่มไปเลย บางคนเปรี้ยวกว่านั้นอีกนะ ย้อมผมทองด้วย ไปกัดสีผมมา โทดว่ะ สงสัยเอาน้ำปูดองกัด ไอ้พวกผู้หญิงก้อนึกว่าตัวเองสวยเหลือเกิน ไอ้พวกผู้ชายก้อนึกว่าตัวเองหล่อลากดิน โถอีพวกนางงามตู้กระจกถกมารูดเสา ไม่ก้อไอ้พวกนายแบบสนามหลวง เคยมีอยู่ครั้งนึง หลานคนใช้ที่บ้านกรู มันอยู่เมืองกรุงมานานแล้วล่ะ แต่ยังทำตัวบ้านนอกเข้ากรุง มันจะไปงานโรงเรียนมันเว้ย ดัดจริตอยากใส่สูทไป แต่เจือกไม่มีเงินซื้อ ทำไง มากราบขอสูทจากคุณย่ากรู มาถึงมาทำหน้าตาแบบว่ากวนส้นเท้ากรูอีกนะ คนใช้กรูเค้าก้อเอาเสื้อวอร์มที่กรูได้มาจากเปิดบัตรเคตดิตใหม่น่ะให้มันไปด้วย คือกรูได้มาตอนเปิดบัตรไง แต่กรูไม่ได้ใช้เพราะมันอุบาตว์มากๆ กรูเลยให้เค้า เค้าบอกจะเอาไว้ให้หลาน ตอนไอ้เหี้ยนั้นมันมาขอสูทจากย่ากรู เค้าเลยให้มันไปด้วย ทีนี้พอกรูบอกว่า "เอ้ย นั่นมันเสื้อที่ให้วันนั้นนี่" คนที่เค้ามีการศึกษา พ่อแม่อบรมมาดี หรือไม่ก้อมีสามัญสำนึก เค้าคงบอกขอบคุณ ขอบใจกรู อะไรซักอย่าง แต่ไอ้เหี้ยนี่แม่มทำหน้าเหมือนทองไม่รู้ร้อน ทำเป็นไม่รู้ กรูเลยด่ามัน "จิงๆนะ เอาไปให้หมามันใส่ยังจะดีกว่า หมามันได้มันยังกระดิกหาง หรือมาเล่นด้วยเพื่อขอบคุณ แต่ไอ้คนที่มันมีสมองหมาน่ะ เสือกไม่พูดอะไร" ทั้งหมดนี้เกิดตอนมันมาขอสูทคุณย่ากรูนะ ตอนได้สูทไปยังเสือกจะไม่ไหว้ขอบคุณอีก คนใช้บ้านกรูเค้าเลยบอกมันว่า "ไปกราบคุณหญิงเค้าด้วยลูก" ใช่ย่ากรูเป็นคุณหญิง มันก้อค่อยๆเดินมาไหว้แบบเสียไม่ได้ โหยไอ้บ้านนอก

พวกที่2 พวกเหมือนจะเก่งอังกฤษ - ไอ้พวกเหี้ยเนี่ย ไม่ได้เรียนอินเตอร์อะไรมาหรอกนะ เมืองนอกก้อไม่เคยไป แต่อาสัยที่โรงเรียนเรียนได้4วิชาภาษาอังกฤษ โถอีดอก นึกว่าเก่งนักหรือไงวะ ทำเป็นพูดไทยคำอิงลิชคำ อีกระหรี่ เคยเจอนะ กรูนั่งคุยกะเพื่อนๆอยู่ที่ฟู้ดคอร์ทที่เอ็มโพไง วันนั้นเรียนเส็ดเลยนัดเจอกะเพื่อนที่เรียนร่วมฤดี กรูนั่งกินข้าวมันไก่ของโปรดอยู่ แต่คุยกันเป็นภาษาไทยนะ แซ่บกว่าเยอะ หนุ่มออฟฟิสมานั่งโต๊ะข้างๆ มากะฝรั่งสองคน แรกๆมันก้อคุยกันไปเป็นภาษาอังกฤษ ตามสไตล์คนอยากอวดว่ากรูแฮงค์กะฝรั่งนะ พวกกรูก้อไม่สนใจ เพราะไม่มีอะไรน่าสน ซักพัก ไอ้เหี้ยคนไทยหนุ่มออฟฟิสนั่น มันหันตัวมาทางโต๊ะเรา แต่หันหน้าไปทางฝรั่งเพื่อนๆมัน แล้วก้อคุยกัน นึกภาพออกป้ะ แบบว่ามันหันเจี๋ยวมันมาทางกรู แล้วก้อหันกบาลไปคุยกะเพื่อนมัน ไรแบบนั้นน่ะ แรกๆพอทน คือไม่สนใจอ่ะ หลังๆชักเอาใหญ่คุยเสียงดังขึ้น แบบว่าเรียกร้องความสนใจเต็มที่ กรูเลยแบบชักทนไม่ใหว ด่ามันไปทีนึง "พูดภาษาอังกฤษก้อเหมือนกะโตที่สีลมซอย2 ยังเสือกอยากอวด พ่อแม่เมิงดำรงชีพแถวนั้นเหรอ ไอ้..." มีอีกนะ ไม่งั้นก้อไอ้พวกทำเป็นพูดไทยไม่ชัด ไอ้พวกนี้ยิ่งน่าตบ ไม่ชัดจริงกะไม่ชัดเก๊มันดูออก เลิกเหอะ มันลาวว่ะ

พวกที่3 พวกเหมือนจะไฮโซ - พวกนี้มีเยอะ ทำตัวแบบว่าเหมือนไฮ้ไฮ แต่แม่งกลวงชิป นี่ ขอเริ่มจากเพื่อนสมัยม.ปลายก่อน ไอ้นี่เนี่ยมันนั่งหลังกรู ใครๆก้อรู้ว่ามันน่ะเป็นกระเทย ยิ่งกว่ากรูอีก แรด ดัดจริตมากๆ มันนึกว่ามันเป้นที่สุดของที่สุดนะ พอแม่มเข้าสถาบันแถวๆสยามได้ มันก้อเริ่มบอกว่ามันดีกว่าทุกๆมหาลัย เพราะไอ้คนอย่างมันนี่แหละ คนเค้าถึงแช่งมัน ตอนนี้รู้สึกว่ามันจะยอมรับตัวเองแล้วไปขายตูดให้แขกการ์ตาร์แล้วนะ แต่ไม่รู้เหมือนกัน ได้ยินมาจากเพื่อนกรูอีกทีว่ะ อีกกรุ๊ปคืออีพวกกะหรี่ในม.ชื่อดัง หลักสูตรอินเตอร์แถวๆคลองเตย ตอนรับเค้าน่าจะดูเจตนาของนักศึกษาด้วยนะ ว่ามาเรียนหรือมาหาผัว อีพวกเนี้ย เหมือนกลางวันมาเรียน กลางคืนทำงานแถวๆข้าวสารได้เลย มันเป็นได้ครบทั้งสามพวกที่กล่าวข้างต้นมาเลยล่ะ มันจะเลือกนั่งใกล้ๆฝรั่ง หรือนั่งข้างๆเลย จากนั้นก้อจะจับกลุ่มกันขาย เอ้ยเรียน คนเค้ารู้กันทั้งมหาลัยแหละว่าพวกเมิงอาศัยคราบนักศึกษามาขายตัว

พวกที่ 4 พวกส่งเสียงดังในหอ - อันนี้กรูขอข้ามมาที่เมกาล่ะนะ ไม่เคยอยู่หอเมืองไทยว่ะ ตอนกรูอยู่หอ แม่มจะมีพวกชอบส่งเสียงดัง ไม่รู้มันจะร้องเรียกหาวิญญาณพ่อแม่มันหรือไง น่ารำคาญเหี้ยๆ

พวกที่ 5 พวกคนดำที่แม่งทำตัวเสื่อมๆ - เจอมาเยอะว่ะ ปีที่แล้วนะ กรูไปทำงานที่วอชิงตัน ดีซีไง ไอ้พวกดำมาขอตัง ขอแบบด้านมากๆนะ ถามว่า มีตังค์5เหรียญมั้ย ตอนนั้นก้อไม่รู้เหมือนกันว่าคิดไร เลยด่ามันกลับไป "ไมกรูต้องให้วะ ตอนกูตกงานไม่มีใครช่วยกรูเลย ตอนกรูต้องหอบของเดินคนเดียว พวกมึงก้อทำท่าจะปล้นกรู" มันก้อพูดนะ "ยูต้องช่วยชั้นนะ" ไอ้เวร 5เหรียญกรูกินอิ่มได้มื้อนึง ไมกรูต้องสงเคราะห์มึงด้วยวะ 5เหรียญนี่ทำงานเกือบๆ20นาทีเลยนะเว้ย กรุ๊ปต่อมาคือพวกพูดแร็ปๆ ที่ดีซีอีกเหมือนกัน ไอ้พวกนี้มันเดินกันเป็นกลุ่ม วันนั้นกรูทำโอที กลับบ้านดึก กว่ารถไฟมันจะมาถึงสถานีหน้าบ้านกรูก้อปาไปเกือบ4ทุ่ม แถมข้าวก้อยังไม่ได้กิน เลยแวะไจแอนท์ซื้อของว่าจะเอาไปทำกิน แบบง่ายๆน่ะ พอกรูเดินออกมา ไอ้พวกนี้ก้อแบบล้อมๆแล้วก้อแร็ปๆว่าจะขโมยถุงกรู กรูเลยดึงเสื้อให้มันเห็นกุญแจมือที่เข็มขัดกรู ไม่ต้องรู้หรอกว่าเอามาได้งัย แต่ของจริง ใช้ได้จริง และก้อเป็นของตำรวจ กรูได้มาถูกกฏด้วย แต่ต้องคืนตอนกรูกลับมา south daktoaว่ะ พอได้พวกเวรนี้เห็นกุญแจมือกะวอล์คกี้ ทอล์คกี้เท่านั้นแหละ แม่มปิดกันไปคนละทางสองทาง โถ ไอ้พวกต่ำ อีกกรุ๊ปคือไอ้คนดำที่เสือกเรื่องคนอื่น วันนั้นกรูเดินกะเพื่อนกรูที่ดีซี คนไทยด้วยกัน คุยกันถูกคอมากๆ เม้าๆไป เม้าๆมา ไอ้เหี้ยดำโผล่มากจากใหนไม่รู้ มันพูดว่า "Speak English" กรูกะเพื่อนกรูงงเลย กรูเลยด่ามันกลับไป "Sorry I don't want to, and normally, I don't speak "Slave English" ไอ้ดำนั่นเหวอเด่ะ แต่กรูกะเพื่อนกรูก้อรีบจ้ำว่ะ กลัวแม่มมาอัดเอา ตัวเท่าตึกเลย กรูไม่ได้พกปืนด้วย ได้แค่สเปรย์พริกไทย หอยจริงๆ แต่มีอย่างที่ใหน กรูไม่ได้มากะมึงนะ กรูคุยกันเองสองคน เออ ถ้ามึงมากะพวกกรูเป็นสามคน ใช่กรูจะพูดอังกฤษ เพราะกรูก้อไม่ชอบถ้าแม่มมาด้วยกัน พุดกันแต่กรูฟังไม่รู้เรื่อง เรื่องสุดท้าย วันหยุดจากทำงาน ปีที่แล้ว ในดีซีเช่นกัน กรูออกไปชอปปิ้งกะเพื่อน ออกไปที่ร้านรอส ร้านนี้แม่งลดได้ใจว่ะ เกงยีนส์ตัวนึงไม่ถึง20 เจ๋งโคตรๆ ยี่ห้อนี้ถ้าขายเมืองไทย คงเกิน5พันแน่ๆ กลับเข้าเรื่อง กรูเดินๆอยู่ในร้าน ดูของเพลินๆ ไอ้เหี้ยดำ (อีกแล้วครับท่าน) แม่งขวางทางไม่หลบ ขอโทษมันแล้วนะ กรูเลยจะเบียดๆไป แม่งเสือกอ้าแขนมาดันกรู ผลักกรู บอกไม่ให้กรูไป แถมบอกให้กรูพูด "Excuse me" กรูเลยพูดนะ แต่พอกรูพ้นมากรูเรียกเพื่อน แล้วช่วยกันวอเรียกรถสายตรวจ มีมาใกล้ๆพอดีคันนึง กรูเลยขอร้องให้เค้าเข้ามาหน่อย ระหว่างที่เค้ากำลังเข้ามา เพื่อนกรูก้อเดินไปที่ไอ้เวรนั่น เอากุญแจมือออกมา เพื่อนกรูจะจับมันแล้วนะ กรูก้อเตรียมนำทางคุณตำรวจนั่นไปหามัน มันหันมาเห็นกรูกำลังเดินกะตำรวจ อีกคนกำลังเดินเข้าไปใกล้มันมากๆพร้อมกะกุญแจมือ มันแม่งวิ่งกระเจิงหนีไปหลังร้าน กรูเลยช่วยกันวิ่งตามจนตะครุบตัวมันได้ที่ลานจอดรถด้านหลัง คนแม่งมองเหี้ยๆ กรูก้อตื่นเต้นมากๆ กรูก้อถามมันว่าตะกี้เนี่ย ทำทำไม มันก้อร้องไห้ไปบอกไปว่ามันขอโทษ มันแค่อยากโชว์ให้ผู้หญิงใกล้ๆดูเฉยๆ มันคงนึกว่าเป็นคนเอเชียคงจะรังแกง่ายๆ ฝันไปเหอะมึง มันกลัวมาก ไม่อยากเข้าคุก มันมีลูกเล็กๆอยู่ด้วย กรูเลยขอคุณตำรวจว่าเนี่ย เอาไปเลยก้อแล้วกัน เค้าเลยบอกว่างั้นเค้าจะเอามันไปตรวจสอบประวัติ ถ้ามันกำลังมีคดี หรือหนีทันบนมันจะซวยเอง หรือไม่งั้นเค้าจะดูเองว่าควรทำไง แต่กรูก้อทำไรมากกว่านั้นไม่ได้ เพราะกรูไม่ใช่ตำรวจ กรูแต่ทำงานกะตำรวจ เหอะ เรียบร้อยไปอีกหนึ่ง

ดีซีน่ะ เป็นเมืองที่อันตรายมากๆ แต่ที่เล่ามา ไม่ได้ยุให้เกลียดคนดำนะ เล่าให้ฟังว่าเจออะไรมาบ้าง จริงๆแล้วคนดำดีดีก้อมีนะ เราก้อมีเพื่อนเป้นคนดำเยอะนะ ทุกสังคมมีทั้งคนดีและไม่มีปนกันไป แต่ที่เจอมามันดันเป็นแบบนี้ ไว้จะมาเล่าให้ฟังว่าคนขาวที่เลวจนไม่รู้จะหาไรเปรียบก้อมี กรูเจอมาแล้วเหมือนกัน

แนะนำตัวกันก่อน

ขอบอกก่อนเลยนะว่าไม่ใช่คนสุภาพ ดัดจริตซะด้วยซ้ำ ขี้เกียจนิดๆ อ่านๆไปเหอะ อย่าคิดมาก ทำบล็อกนี้เพื่อความบันเทิงนะ แต่อนาคตคิดจะทำบล็อกวิชาการ ดูก่อน ถ้าไม่ขี้เกียจ กะจะเขียนวันละบล็อก ที่ชื่อนิกกี้เนี่ย ไม่ได้ดัดจริตตั้งเองนะ แต่มันเป็นชื่อที่มาจากNicholasจริงๆ อีพวกบางตัวหาว่ากรูแกดะ กรูไม่ได้แดะนะเฟ้ย เกิดไทย คนไทย100เปอร์เซ็นต์ แต่โตที่เมกา พูดง่ายๆว่าโดนพรากแม่พรากลูกมาน่ะแหละ ตอนนี้อีนังแม่ที่สองที่เลี้ยงมาเจือกทะเลาะกะแม่ที่1 เลยแม่มไม่พูดกันแล้ว กรูเลยโดนหางเลขไปด้วย เวงจิงๆ กลับมาอยู่เมกาได้จะ2ปีละ รวมๆเวลา กรูอยู่เมกามาได้ 12ปีแล้วนะนี่ จริงๆที่กลับมาเมกาเนี่ย กะมาหาแฟนนะ ไม่ได้มาเรียนเท่าใหร่หรอก ไม่ชอบคนไทยอ่ะ ชอบฝรั่งขาวๆ ผมบลอนด์ ไม่ก้อหนุ่มลาตินเข้มๆ ลูกครึ่งก้อชอบ แต่คนไทยคบเล่นๆได้อ่ะ แต่ไม่อยากเอามาทำผัวว่ะ เคยคบกะลูกครึ่งอยู่คนนึงตอนอยู่เมืองไทย แต่แม่มเหี่ยเกิ๊น หน้าตามันหล่อเลยนะ เป็นนายแบบด้วย แต่ไม่ใหวว่ะ ปวดกบาล

ตอนนี้เรียนใกล้จบละ 5ปีแล้วนะนี่ เปลี่ยนมา4เมเจอร์ เอาเหอะๆ อย่ารู้เลย รู้แค่ว่าตอนอยู่เมืองไทยเคยตบกะจารย์ ตบจริงๆนะ ไม่ใช่ด่ากันเฉยๆ นี่ๆใครเป็นเหมือนเราบ้างป้ะ คือแม่มไม่ชอบแขกกะคนดำว่ะ คนดำนี่พอพูดกันได้ แต่แขกนี่ไม่ใหวว่ะ โคตรเอาเปรียบ สันดานก้อเสีย เสือกเหม็นอีก บ้านเมิงไม่อาบน้ำกันหรือไงวะ มีแขกคนนึงเคยบอกกรูว่า พวกแขกชอบเหม็นๆ ไม่ใหวว่ะ แต่กรูด่าเฉพาะแขกเลวๆนะ พวกดีๆก้อไม่ต้องเจือกมาร้อนรู คนดำนี่เกลียดไอ้พวกชอบพูดแรปๆว่ะ พวกเมิงพูดกันดีๆไม่เป็นหรือไงฟะ ไม่ได้เท่เลยนะ กรูฟังเมิงไม่รู้เรื่อง คนดำที่มีการศึกษาเค้าไม่ทำกันหรอก เอาเหอะ เดี๋ยวจะกลายเป็นพวกดิสคริมิเนท

เราเป็นโรคติดการ์ตูนกะดิสนีย์แชนนอลว่ะ เลิกไม่ได้ซักที แล้วก้อกินเผ็ดไม่ได้นะ พริกไทยกินได้ ใครเจือกเอาพริกจริงๆมา อาจโดนลูกตบไรเดอร์ได้นะเคอะ สาเหตที่ทำบลอกเนี่ย เห็นเพื่อนมันทำเลยทำบ้าง มีเรื่องมันๆมาแฉเพียบ ไว้มาอ่านกันต่อนะ